คนไทยไปจีนต้องขอวีซ่าไหม? อัปเดตล่าสุด พร้อมเตรียมตัวก่อนเที่ยว

คนไทยไปจีนต้องขอวีซ่าไหม? อัปเดตล่าสุด พร้อมเตรียมตัวก่อนเที่ยว

ปัจจุบันประเทศจีนเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางยอดนิยมของคนไทย ไม่ว่าจะเป็นการเที่ยวชมเมืองใหญ่ เช่น เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง และกวางโจว หรือการไปสัมผัสธรรมชาติและวัฒนธรรมจีนในเมืองต่าง ๆ แต่ก่อนออกเดินทาง หลายคนอาจยังสงสัยว่า คนไทยไปจีนยังต้องขอวีซ่าไหม? และหากต้องเดินทางไปจีนเพื่อวัตถุประสงค์อื่น เช่น ทำงาน เรียน หรือพำนักระยะยาว จะต้องเตรียมตัวอย่างไร

ข่าวดีสำหรับนักท่องเที่ยวไทยคือ ณ ปัจจุบันผู้ถือหนังสือเดินทางไทยแบบธรรมดาที่ยังไม่หมดอายุ สามารถเดินทางเข้าประเทศจีนได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าจีน หากเดินทางเพื่อท่องเที่ยว ธุรกิจ เยี่ยมญาติหรือเพื่อน และการเดินทางผ่าน (Transit) โดยสามารถพำนักได้ ครั้งละไม่เกิน 30 วัน และรวมระยะเวลาพำนักไม่เกิน 90 วันภายในทุกช่วง 180 วัน นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม หากต้องการอยู่ในประเทศจีนนานกว่า 30 วัน หรือเดินทางไปเพื่อทำงาน เรียน ทำกิจกรรมด้านสื่อ หรือกิจกรรมอื่นที่ต้องได้รับการอนุญาตล่วงหน้า ก็ยังจำเป็นที่จะต้องยื่นขอวีซ่าจีนให้ตรงกับวัตถุประสงค์ก่อนเดินทาง

เพราะฉะนั้น มาดูกันว่ามีกรณีใดบ้างที่ต้องขอวีซ่าจีน เอกสารที่ต้องเตรียม ขั้นตอนการสมัคร รวมถึงค่าธรรมเนียมและระยะเวลาดำเนินการ บทความนี้ได้รวบรวมไว้ให้แล้ว

1 - รู้จักกับ ประเภทของ “วีซ่าจีน”

1. วีซ่าท่องเที่ยวจีน (L Visa)

วีซ่าจีนประเภท L เป็นวีซ่าสำหรับผู้ที่เดินทางเข้าประเทศจีนเพื่อการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางไทยที่เดินทางท่องเที่ยวและพำนักไม่เกิน 30 วัน ปัจจุบันสามารถใช้สิทธิยกเว้นวีซ่าได้ จึงไม่จำเป็นต้องยื่น L Visa

ส่วนกรณีที่ต้องพิจารณาขอวีซ่าประเภทนี้ เช่น มีแผนพำนักเกินระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตภายใต้มาตรการยกเว้นวีซ่า หรือกรณีที่เงื่อนไขการเดินทางไม่เข้าเกณฑ์ยกเว้นวีซ่า

2. วีซ่าธุรกิจจีน (M Visa)

วีซ่าจีนประเภท M ใช้สำหรับผู้ที่เดินทางไปประเทศจีนเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ เช่น ติดต่อคู่ค้า ประชุม เจรจาธุรกิจ หรือติดต่อด้านการค้า

สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางไทย การเดินทางเพื่อธุรกิจระยะสั้นภายในเงื่อนไขที่กำหนดสามารถใช้สิทธิยกเว้นวีซ่าได้เช่นกัน แต่หากมีลักษณะการเดินทางหรือระยะเวลาพำนักที่ไม่เข้าเกณฑ์ดังกล่าว อาจต้องยื่นขอวีซ่า M ก่อนเดินทางแทน

3. วีซ่าทำงานจีน (Z Visa)

สำหรับผู้ที่ได้รับการว่าจ้างให้ไปทำงานในประเทศจีน วีซ่าประเภท Z เป็นประเภทสำคัญที่ควรรู้ เนื่องจากการไปทำงานที่แตกต่างจากการเดินทางเพื่อธุรกิจหรือท่องเที่ยว

ผู้สมัครจะต้องมีเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการจ้างงานและใบอนุญาตหรือเอกสารที่หน่วยงานจีนกำหนด โดยเมื่อเดินทางเข้าประเทศจีนแล้ว อาจต้องดำเนินการเรื่องใบอนุญาตพำนักตามขั้นตอนของทางการจีนต่อไป

4. วีซ่านักเรียนจีน (X Visa)

ผู้ที่ต้องการไปศึกษาต่อในประเทศจีนสามารถยื่นขอ วีซ่าจีนประเภท X ได้โดยแบ่งตามระยะเวลาการศึกษาและเงื่อนไขของหลักสูตร ผู้สมัครควรเตรียมเอกสารตอบรับจากสถานศึกษา รวมถึงเอกสารประกอบอื่น ๆ ตามที่กำหนด

หากเป็นการศึกษาระยะยาว ควรวางแผนเรื่องวีซ่าและใบอนุญาตพำนักล่วงหน้าด้วย เพราะขั้นตอนจะมากกว่าการเดินทางไปเที่ยวระยะสั้น

5. วีซ่าเยี่ยมญาติหรือครอบครัว (Q Visa)

วีซ่าจีนประเภท Q ใช้สำหรับผู้ที่เดินทางไปประเทศจีนเพื่อเยี่ยมสมาชิกครอบครัวหรือญาติที่เข้าเงื่อนไขตามที่กำหนด โดยเอกสารประกอบอาจรวมถึงหลักฐานความสัมพันธ์และจดหมายเชิญจากบุคคลในประเทศจีน

สำหรับการเยี่ยมเยือนระยะสั้นที่เข้าเงื่อนไขยกเว้นวีซ่า ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยอาจไม่จำเป็นต้องยื่น Q Visa แต่หากวัตถุประสงค์หรือระยะเวลาการพำนักไม่เข้าเงื่อนไข ก็ควรตรวจสอบประเภทวีซ่าที่เหมาะสมก่อนเดินทาง

2 - เตรียมเอกสารสำหรับขอวีซ่าจีนง่าย ๆ และ ขั้นตอนการขอวีซ่าจีน

เตรียมเอกสารสำหรับขอวีซ่าจีนง่าย ๆ และ ขั้นตอนการขอวีซ่าจีน

แม้การเดินทางไปจีนเพื่อท่องเที่ยวระยะสั้นของผู้ถือหนังสือเดินทางไทยจะได้รับการยกเว้นวีซ่า แต่สำหรับผู้ที่จำเป็นต้องยื่นขอวีซ่าจีนนั้น การเตรียมเอกสารให้ครบตั้งแต่ต้นจะช่วยลดปัญหาการส่งเอกสารเพิ่มเติมและทำให้ขั้นตอนราบรื่นขึ้นอีกด้วย

เอกสารพื้นฐานที่ควรเตรียม ได้แก่
• หนังสือเดินทางตัวจริงที่ยังไม่หมดอายุและมีหน้าว่างสำหรับการดำเนินการ
• แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่าจีนที่กรอกผ่านระบบออนไลน์
• รูปถ่ายตามข้อกำหนดของศูนย์รับคำร้อง
• เอกสารประกอบตามวัตถุประสงค์ของการเดินทาง
• หลักฐานการเดินทาง เช่น กำหนดการเดินทาง หรือเอกสารการจองที่เกี่ยวข้องตามประเภทวีซ่ากำหนด
• เอกสารเชิญจากบุคคล บริษัท หรือหน่วยงานในจีน สำหรับวีซ่าบางประเภท
• เอกสารเกี่ยวกับการทำงาน การศึกษา หรือเอกสารรับรองอื่น ๆ ตามประเภทวีซ่า

ปัจจุบันผู้สมัครในประเทศไทยต้องกรอกแบบฟอร์มคำร้องออนไลน์และอัปโหลดเอกสารผ่านเว็บไซต์ของศูนย์บริการยื่นคำร้องขอวีซ่าจีน โดยเจ้าหน้าที่หรือสถานทูตอาจขอเอกสารเพิ่มเติมหากจำเป็น

ข้อควรรู้: รายการเอกสารอาจแตกต่างกันตามประเภทวีซ่า สัญชาติ วัตถุประสงค์ และสถานะของผู้สมัคร ดังนั้นควรตรวจสอบรายการเอกสารล่าสุดจากศูนย์บริการยื่นคำร้องขอวีซ่าจีนก่อนยื่นจริงจะดีที่สุด

สำหรับผู้ที่ต้องการยื่นขอวีซ่าจีน มีขั้นตอนหลัก ๆ โดยสามารถแบ่งออกได้ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 ตรวจสอบประเภทวีซ่า
เริ่มจากพิจารณาวัตถุประสงค์ของการเดินทาง เช่น ท่องเที่ยว ทำธุรกิจ เรียน ทำงาน หรือเยี่ยมญาติ จากนั้นเลือกประเภทวีซ่าให้ตรงกับกิจกรรมที่จะทำในประเทศจีน

ขั้นตอนที่ 2 เตรียมเอกสาร
จัดเตรียมหนังสือเดินทาง รูปถ่าย แบบฟอร์ม และเอกสารสนับสนุนตามประเภทวีซ่า ควรตรวจสอบข้อมูลชื่อ นามสกุล หมายเลขหนังสือเดินทาง และรายละเอียดการเดินทางให้ตรงกันทั้งหมด

ขั้นตอนที่ 3 กรอกแบบฟอร์มออนไลน์
ผู้สมัครต้องลงทะเบียนและกรอกแบบฟอร์มผ่านระบบออนไลน์ของ Chinese Visa Application Service Center พร้อมอัปโหลดเอกสารเพื่อให้ตรวจสอบเบื้องต้น

ขั้นตอนที่ 4 ยื่นเอกสารและหนังสือเดินทาง
เมื่อผ่านการตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว ให้ดำเนินการตามขั้นตอนของศูนย์บริการ โดยยื่นหนังสือเดินทางและเอกสารที่เกี่ยวข้อง พร้อมชำระค่าธรรมเนียม

ปัจจุบันผู้สมัครวีซ่าระยะสั้นที่พำนักในจีนไม่เกิน 180 วันได้รับการยกเว้นการเก็บลายนิ้วมือชั่วคราวจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2026 ส่วนวีซ่าบางประเภท เช่น Z, X1, Q1, S1 และ J1 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการขอใบอนุญาตพำนัก ยังคงมีเงื่อนไขด้านการเก็บลายนิ้วมือตามที่กำหนดอยู่

ขั้นตอนที่ 5 ติดตามสถานะและรับหนังสือเดินทาง
หลังยื่นคำร้อง สามารถติดตามสถานะผ่านระบบของศูนย์บริการได้ เมื่อดำเนินการเสร็จแล้วจึงรับหนังสือเดินทางคืนตามวันและเวลาที่กำหนด

3 - ค่าธรรมเนียมในการขอวีซ่าจีน

ค่าธรรมเนียมในการขอวีซ่าจีน

สำหรับผู้ถือสัญชาติไทย เว็บไซต์ศูนย์บริการยื่นคำร้องขอวีซ่าจีนในประเทศไทยแสดงค่าธรรมเนียมวีซ่าตามจำนวนครั้งที่เดินทางเข้าออกและรูปแบบการให้บริการ โดยยังไม่รวมค่าบริการของศูนย์ฯ ดังนี้

ทั้งนี้ ค่าธรรมเนียมและเงื่อนไขการให้บริการสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบอัตราที่ประกาศ ณ วันที่ยื่นคำร้องอีกครั้ง โดยเฉพาะผู้ที่เลือกบริการเสริม เช่น การจัดส่งเอกสารหรือบริการพิเศษต่าง ๆ

4 - ขอวีซ่าจีนใช้เวลากี่วัน นานไหม ?

ขอวีซ่าจีนใช้เวลากี่วัน นานไหม ?

โดยทั่วไป หากเอกสารครบถ้วนและไม่มีประเด็นที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม การดำเนินการวีซ่าจะใช้เวลาไม่นาน แต่ระยะเวลาจริงก็ขึ้นอยู่กับประเภทบริการและการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ด้วย

ผู้ที่ยื่นคำร้องด้วยบริการปกติควรเผื่อเวลาประมาณ 4 วันทำการ ขณะที่บริการเร่งด่วนอาจใช้เวลาประมาณ 3 วันทำการ ทั้งนี้ระยะเวลาดังกล่าวเป็นเพียงแค่กรอบการให้บริการเมื่อเอกสารครบถ้วน และในบางกรณีอาจใช้เวลานานกว่านี้ หากเจ้าหน้าที่ต้องการขอเอกสารเพิ่มเติมหรือตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมนั่นเอง

ดังนั้น หากมีแผนเดินทางไปจีนในช่วงเทศกาล วันหยุดยาว หรือเป็นทริปที่มีการจองเที่ยวบินและที่พักไว้ล่วงหน้า แนะนำให้ตรวจสอบเงื่อนไขและดำเนินการเรื่องเอกสารแต่เนิ่น ๆ จะดีกว่า เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจกระทบต่อกำหนดการเดินทางของเรา

สำหรับนักท่องเที่ยวไทยที่ ไม่ต้องขอวีซ่าจีน ก็ยังควรตรวจสอบหนังสือเดินทาง กำหนดการเดินทาง และเงื่อนไขการเข้าประเทศให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทาง เพราะการได้รับยกเว้นวีซ่าไม่ได้หมายความว่าสามารถพำนักในจีนได้โดยไม่จำกัดระยะเวลา

นอกจากนี้ หากวางแผนเดินทางเกิน 30 วัน หรือมีวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากกิจกรรมที่ได้รับอนุญาตภายใต้การยกเว้นวีซ่า ควรดำเนินการขอวีซ่าที่เหมาะสม ก่อนเดินทางเข้าประเทศจีน

สรุป

สรุปง่าย ๆ สำหรับคำถามว่า “คนไทยไปจีนต้องขอวีซ่าไหม?” คำตอบคือ ไม่จำเป็น หากเป็นผู้ถือหนังสือเดินทางไทยแบบธรรมดาและเดินทางเข้า-ออกจีนตามเงื่อนไขการยกเว้นวีซ่า โดยสามารถพำนักในจีนได้ครั้งละไม่เกิน 30 วัน และรวมไม่เกิน 90 วันในทุกช่วง 180 วันนั่นเอง

สำหรับคนที่วางแผนไปเที่ยวจีน ไม่ว่าจะเป็นทริปเที่ยวเมือง ชมธรรมชาติ ชิมอาหาร หรือพักผ่อนกับครอบครัว สามารถเตรียมการเดินทางได้สะดวกขึ้นโดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนขอวีซ่าจีนในกรณีที่เข้าเงื่อนไขข้างต้น

แต่หากเดินทางไปจีนเพื่อ ทำงาน เรียน พำนักระยะยาว หรือทำกิจกรรมที่ต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานจีน จะต้องตรวจสอบประเภทวีซ่าจีนที่เหมาะสมและเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนก่อนเดินทาง

ที่สำคัญ เงื่อนไขการเดินทางและค่าธรรมเนียมสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้นก่อนออกเดินทางทุกครั้ง ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยและ Chinese Visa Application Service Center เพื่อให้มั่นใจว่าเอกสารและเงื่อนไขการเดินทางเป็นปัจจุบัน

Find out more about Club Med

Our best resorts